Credit: GLAAD Gay & Lesbian Alliance Against Defamation - http://glaadorg.nexcess.net/cinequeer/gay_wedding_lo-713823.gif
 
กฏหมายรับรองการแต่งงานระหว่างบุคคลเพศเดียวกัน ดูเหมือนว่าเป็นประเด็นฮ๊อตและมาแรงในหลายๆประเทศที่ผ่านมา ล่าสุดเรื่องนี้ได้รับการกล่าวขานถึงอีกครั้งเมื่อศาลสูงแห่งรัฐ California ได้ประกาศยกเลิกคำสั่งให้มีการห้ามการแต่งงานระหว่างบุคคลเพศเดียวกันขึ้น และอีกทั้งได้อนุญาติให้คนรักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้โดยใช้คำว่า "แต่งงาน" และได้รับสิทธิทั้งหลายเทียบเท่ากับคู่รักต่างเพศทุกอย่าง นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่สนับสนุนการขยายขอบเขตของสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่มองว่านี่คือพัฒนาการขั้นสุดยอดของการแต่งงานที่มีการขยายขอบเขตนิยามการแต่งงานมาตลอดในประวัติศาสตร์ แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มอนุรักษ์นิยม หรือ conservative กลับมองว่านี่คือจุดจบของสถาบันการแต่่งนในความหมายดั้งเดิมเสียแล้ว...
 
Credit: Wikipedia - http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/d8/Hyakinthos.jpg
 
แม้คนส่วนใหญ่จะมองว่าประเด็นการแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกันเป็นประเด็นใหม่ของสังคมประชาธิปไตย แต่พี่น้องรู้มั้ยคะว่า "การแต่งงาน" หรือ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเพศเดียวกันมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว
 
 การอยู่ร่วมกันระหว่างคนเพศเดียวกันฉันสามีภรรยาตามกฏหมายนั้น ปรากฏให้เห็นตั้งแต่ในยุคเริ่มต้นที่มีการบันทึกทางประวัติศาสตร์กระโน้นเรยทีเดียว ตั้งแต่กรีซ อียิปต์ โรม จีน และ ญี่ปุ่น ตัวอย่างบุคคลผู้ที่มีความสนใจในเพศเดียวกัน เช่น   Socrates, Alexander the Great, Lord Byron, Edward II, Hadrian, Julius Caesar, Michelangelo, Donatello, Leonardo DaVinci, and Christopher Marlowe ฯลฯ บันทึกหลักฐานการใช้คำว่าแต่งงานสำหรับคนเพศเดียวกันครั้งแรกมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมันอันเป็นช่วงที่มีบันทึกว่ามีการแต่งงานกันขึ้นอย่างมากมายรวมทั้งบันทึกต่างๆที่ค้นพบในกรีซ
 
พอเมื่อศาสนาคริสต์ขยายตัวกลายมาเป็นศาสนาหลักของอาณาจักรโรมัน ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้คนเกี่ยวับการแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกัน เนื่องจากตามหลักศาสนาแล้ว การรักเพศเดีวกันถือเป็นบาป โดยในปี ค.ศ. 342 จักรพรรดิผู้นับถือศาสนาสริสต์ Constantius และ Constants ได้ประกาศให้การแต่งงานระหว่างคนรักเพศเดียวกันเป็นเรื่องผิดกฏหมาย
 
Credit: Changing Worldviews Radio - http://www.changingworldviews.com/images/GayMarriage.jpg
 
รูปแบบการอยู่ร่วมกันทางกฏหมายระหว่างคนรักเพศเดียวกันนั้นมีอยู่หลายสถานะด้วยกัน อาทิ แต่งงาน, Domestic Partnership, Civil Union, Civil Partnership และ Registered Partnership เป็นต้น ซึ่งในแต่ละรูปแบบต่างมีรายละเอียดในการรับสิทธิในด้านกฏหมายแตกต่างกันไป ซึ่งประเทศแรกที่มีการรองรับการอยู่ร่วมกันของเพศเดียวกันโดยรัฐในประวัติศาสตร์สมัยใหม่คือประเทศ Denmark ในปี ค.ศ. 1989
 
ในปัจจุบันมีเพียงหกประเทศเท่านั้นที่มีกฏหมายรองรับการแต่งงานระหว่างบุคคลเพศเดียวกัน ซึ่งจะเหมือนกับการแต่งงานระหว่างบุคคลต่างเพศทุกประการ คู่สมรสเพศเดียวกันจะได้รับสิทธิทางกฏหมายและผลประโยชน์ต่างๆเท่าเทียมกันกับคู่สมรสต่างเพศด้วย เช่น สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี สิทธิการเป็นเจ้าของร่วมกัน ฯลฯ
 
ประเทศแรกที่ออกกฏหมายรับรองการแต่งงานของบุคคลเพศเดียวกันคือ Netherlands ในปี ค.ศ. 2001, Belgium ในปี ค.ศ.2003, Canada และ Spain ในปี ค.ศ. 2005, South Africa ในปี ค.ศ. 2006 และ Norway ที่จะมีผลบังคับใช้ วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2009 
 
ส่วนในสหรัฐอเมริกาคือรัฐ  California and Massachusetts และกลุ่ม Coquille Indian Tribe
 
ในอังกฤษแม้ว่าจะไม่ใช้ว่าแต่งงาน ทว่าใช้คำว่า Civil Partnership แทน แต่ในด้านสถานะทางกฏหมายและผลประโยชน์ต่างๆที่เกี่ยวข้องเมือนคู่สมรสต่างเพศทั่วไป
 

Credit: Christian Today - http://www.christiantoday.com/files/ame/ame_20040401_marrage2.jpg
 
 แม้ว่าการอยู่ร่วมกันระหว่างคนรักเพศเดียวกันโดยการรับรองทางกฏหมายจะได้รับการพูดถึงและยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ประเด็นนี้ก็ยังเป็นประเด็นที่สร้างความขัดแย้งให้กับสังคมมากมาย อาทิ กลุ่มคนที่มีความเคร่งครัดทางศาสนาหลายกลุ่มที่ยังมองว่าคนรักเพศเดียวกันเป็นบาป ดังนั้นการแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกันจึงถือเป็นบาปด้วยจนนำไปสู่การประท้วงและปะทะกันระหว่างผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยอยู่หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม องค์กรศาสนารุ่นใหม่หลายองค์กรได้มีทีท่าอ่อนลงและเปิดกว้างในการตีความพระคัมภีร์มากขึ้น
   
คนที่ไม่เห็นด้วยมองว่าการเปิดให้มีการรับรองเช่นนี้จะทำให้สถาบันครอบครัวอ่อนแอลง เป็นการทำลายหน้าที่และความหมายของครอบครัวในรูปแบบเดิมๆที่มีหน้าที่ในการสืบพันธุ์และเลี้ยงดูสามชิกของสังคมเพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็ง
 
กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิของบุคคลรักร่วมเพศกันมองว่าการับรองทางกฏหมายนั้นเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากพลเมืองทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ดังนั้นจึงไม่ควรมีการกีดกันหรือเลือกปฏิบัติ นอกจากนั้นการแต่งงานจะทำให้คนรักเพศเดียวกันมีมุมมองในแง่บวกในการสร้างความสัมพันธ์ให้หนักแน่นขึ้นและน่าจะช่วยให้สังคมเข้มแข็ง และ เคารพนับถือในสิทธิมนุษย์ชนมากขึ้น
 
 
Credit: Welt Online - http://www.welt.de/multimedia/archive/00569/gay_marriage_law_BM_569293g.jpg

Comment

Comment:

Tweet

แจ่มเลย

#2 By NEO on 2008-10-02 09:03

ก็ดีครับ เป็นเกย์กันเยอะๆ
ผู้หญิงจะได้มาตกที่ผมบ้าง

#1 By Deear Gaeseng on 2008-10-02 08:21